New blog RSS



[Premium] Colombia Maria Ilda Armero Diaz - CoE

สวัสดีเพื่อนๆทุกคน วันนี้เราจะมาแนะนำกาแฟ Premium lineup ตัวใหม่ของเรา Colombia Maria Ilda Armero Diaz - Light roast ซึ่งเป็นกาแฟที่ได้คะแนน cup score สูงถึง 87.38 จากมาตราฐานของ The Cup of Excellence (specialty coffee ทั่วไปจะมี cup score 80+) CoE หรือ The Cup of Excellence คือองค์กรที่จัดประกวดให้คะแนนกาแฟ ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตกรผู้ปลูกกาแฟ ให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเหมาะสมกับคุณภาพของผลผลิต และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นสื่อให้ภายนอกได้รับรู้ถึงคุณภาพของกาแฟในแหล่งปลูกนั้นๆทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งอีกขึ้นด้วย Photo credit : https://cupofexcellence.org/ Photo : Maria Ilda Armero Diaz เกษตรกร   Colombia Maria Ilda Armero Diaz  ตัวนี้เป็น 1 ใน 30 กาแฟที่ชนะเลิศจากฤดูกาล 2020 ซึ่งมีคะแนนตั้งแต่ 87 ขึ้นไป!  Farm : Farmer : City : Region : Altitude : Score : Variety : Process : El Estoraque Maria Ilda Armero Diaz Buesaco Nariño 2260m 87.38 Caturra, Castillo Washed   Colombia Maria Ilda Armero Diaz - CoE จุดเด่นของเจ้ากาแฟตัวนี้คือ ความกลมกล่อม Complex ของรสชาติความเป็นผลไม้จำพวก Apricot, Berry, Black plum, Grape, Orange และกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงดอกไม้สีเหลืองและสีขาว น้ำหนักของกาแฟที่กำลังดี smooth และจบท้ายด้วย Hazelnut, Milk chocolate อบอวนในปากอย่างยาวนาน   พลาดไม่ได้อย่างยิ่งกับกาแฟพิเศษตัวนี้ จำนวนจำกัดมากๆ เพื่อนๆสามารถมาลองดื่มที่ร้านได้ หรือจะซื้อเมล็ดไว้สำหรับชงที่บ้านก็มีให้เลือกทั้ง...

อ่านต่อ



Matcha Brewing Guide

Matcha brewing at home, sounds good?⁠ หลายๆคนคงจะติดใจกับรสชาติ Kurasu Matcha Latte และ Matcha Latte Espresso จะดีแค่ไหนถ้าวันนี้คุณเองก็สามารถทำเมนูนี้เองที่บ้านได้ ! Ceremonial Grade OKUMIDORI, Single Origin จาก Ujitawara, Kyoto, Japan ให้รสชาติขมเล็กน้อยโทนสาหร่าย อูมามิ ดื่มได้ทั้งแบบชาใส หรือทำเป็นเครื่องดื่มผสมนม Matcha Latte สีเข้มข้น กลิ่นหอมชัดเจน   พวกเราทำงานร่วมกับ Yugen ร้าน specialty tea ในเมือง Kyoto เราเลือกซื้อมัชชะเกรดพรีเมี่ยมโดยตรงจากฟาร์ม เพื่อลดกลไกของพ่อค้าคนกลาง ทำให้เราได้มัชชะคุณภาพในราคาที่ทุกๆเข้าถึงได้ Brewing Guide Matcha powder 5 g. Milk 140 g syrup 15 g   กรองผงมัทฉะโดยใช้ตะแกรง เพื่อให้ผงมัทฉะมีความละเอียดและไม่เป็นจับตัวกันเป็นก้อน  เทนม  30 กรัม ลงไปผสมกับผงชาเขียว  ใช้แปรงตีชาในลักษณะเร็วๆเป็นรูปตัว W เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน  เทนมทั้งหมดจนครบ 140 กรัม ผสมให้เข้ากัน  ใส่ syrup 15 กรัม หรือเพิ่มลดตามความชอบ ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง  Tips 1 : วิธีในการชงที่เราใช้ในวันนี้ คือ “Cold Whisk” ซึ่งเราแนะนำให้ใช้นมอุณหภูมิเย็นในการชง จะช่วยให้ชาของเรามีความกลม และรสสัมผัสที่ชัดเจนในการดื่ม ทั้งนี้การชงชาเขียวโดยผสมกับน้ำร้อนก่อนก็มีส่วนช่วยให้ชาเขียวมีความ intense ในแง่ของกลิ่นสัมผัสมากขึ้น เพื่อนๆ สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการชงตามความชอบได้เลยครับ Tips 2 : การเก็บรักษาผงมัทฉะในที่แห้งและเย็น จะช่วยยืดอายุของชาไว้ได้นานขึ้น   เอาล่ะครับ ถึงเวลาลงมือชงชาเขียวเย็นที่บ้านกันแล้วครับ รักษาสุขภาพและขอให้มีความสุขในการดื่มชาเขียวเย็นที่บ้านนะครับ ⁠

อ่านต่อ



Kurasu's Iced Latte Recipe

Kursasu’s Iced Latte Kurasu สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงเมนูขายดีของเราสำหรับคอกาแฟนม คงจะหนีไม่พ้นเมนูลาเต้เย็น ที่นุ่ม ละมุน และเข้ากับนมได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะมาดูกันว่าที่ Kurasu Bangkok เราทำลาเต้เย็นง่ายๆอย่างไร สำหรับเพื่อนๆที่มี Espresso machine อยู่ที่บ้าน เรามาลุยกันเลยครับ สำหรับเพื่อนๆที่ไม่มี Espresso machine ไม่ต้องกังวลไป ลองมองหาอุปกรณ์รอบตัวเช่น Mokapot, Flair, ROK, Aeropress หรือ manuel espresso maker ชนิดอื่นๆก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ครับ กาแฟที่เราใช้ในวันนี้คือ Bangkok blend หรือ  House Blend ของเรานั่นเองครับ กาแฟคั่วกลางจากหมู่บ้านแม่จันใต้ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่มีรสชาติ Chocolate มาพร้อมกับ Forest Honey,  Peanut  และ Hint of ripe berry อุปกรณ์ที่ต้องใช้ Espresso machineเครื่องบดกาแฟตราชั่ง/นาฬิกาจับเวลานมที่เพื่อนๆชอบ 1.บดกาแฟละเอียด ทั้งหมด 19.5 กรัม  2.เมื่อพร้อมแล้ว กด brew กาแฟแล้วเริ่มจับเวลาได้เลยครับโดยปกติทั่วไปแล้ว เราจะกำหนดเวลาคร่าวๆ สำหรับ Espresso shot ที่ใช้ทำลาเต้อยู่ที่ 25-30 วินาที อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 92-93 องศา หากไหลเร็วกว่า 25 วินาทีอาจจะทำให้รสชาติเปรี้ยวจนเกินไป หรือหากไหลช้าจนเกิน 30 วินาทีอาจจะทำให้กาแฟมีรสขมจนเกินพอดีนั่นเองครับ Espresso shot ที่ออกมาอยู่ที่ประมาณ 34 กรัม 3.เราใช้นมอยู่ที่ 140กรัม เท espresso shot ลงไปได้เลยครับ แค่นี้เราก็ได้ลาเต้เย็นๆสำหรับวันที่อากาศร้อนกันแล้ว เพื่อนๆสามารถปรับลดจำนวนนมได้ตามความต้องการเลยครับ ขอให้มีความสุขสำหรับกับการดื่มกาแฟนมที่บ้านนะครับ :) Tips 1: Espresso machine แต่ละรุ่นและยี่ห้อมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน การทดลองและเข้าใจเครื่องมือ บวกกับการปรับเปลี่ยนปัจจัย เช่นเบอร์บดกาแฟและอื่นๆ ก็มีส่วนช่วยทำให้การไหลของกาแฟเร็วและช้าด้วยเช่นกันครับ Kurasu Bangkok Blend มีให้เลือกหลายขนาด 100g/200g/1kg ขนาดใหม่ 500g สุดคุ้ม Tips 2: เราแนะนำให้ใช้นม Full cream ที่มีกลิ่นไม่แรงมาก เพื่อช่วยให้ลาเต้แก้วนั้นมีความนุ่ม...

อ่านต่อ



V60 One Pour Dripper MUGEN Experiment

Kurasu สวัสดีครับ ลองนับเวลาเล่นๆดูแล้ว เราไม่ได้เจอกันก็ซักพักใหญ่ๆแล้วนะครับ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะสบายดี พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ :) วันนี้เราจะมาทดลองชงกาแฟโดยใช้ V60 One Pour Dripper MUGEN จากชื่อก็พอจะทราบแล้วใช่ไหมครับว่าเราสามารถชงกาแฟดีๆได้โดยการเทน้ำแค่ 1 ครั้งเท่านั้น เตรีมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วเรามาลุยกันเลยครับV60 One Pour Dripper Mugenกระดาษ V60 paper 02เมล็ดกาแฟที่เพื่อนๆชื่นชอบ (เราใช้ Natsu Ake blend ในการทดลองครั้งนี้)เครื่องบดกาแฟกาน้ำตราชั่งและตัวจับเวลา การทดลองครั้งที่ 1เราทดลองโดยทำตามคำแนะนำของทาง Hario กาแฟบดละเอียดปลานกลาง 20 กรัม น้ำ 240 กรัม เทน้ำลงตรงกลางวนออกด้านนอก และจบการเทน้ำที่ประมาณ 30-40 วินาที สำหรับ recipe นี้ เราพบว่าเหมาะกับเพื่อนๆที่ชอบกาแฟไปในโทน สว่าง สบาย และยังคงอโรม่าไว้เป็นอย่างดี*อุณหภูมิน้ำเราใช้อยู่ที่ 91 องศา การทดลองครั้งที่ 2เราใช้กาแฟจำนวน 22 กรัม บดไปค่อนข้างหยาบ น้ำร้อน 250 กรัม อุณหภูมิ 91 องศาเราแบ่งการเทน้ำจำนวนสองครั้ง ดังนี้ ⁃ เทน้ำครั้งที่ 1 จำนวน 125 กรัม รอจนครบ 1 นาที ⁃ หลังจากครบ 1 นาทีแล้ว เทน้ำครั้งที่ 2 จนครบ 250 กรัม Brewing time จบที่ประมาณ 3 นาที สำหรับ recipe นี้ เราพบว่ากาแฟให้รสสัมผัสที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงความสว่างและอโรม่าของกาแฟได้เป็นอย่างดี Tips 1: สำหรับกาน้ำร้อนที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ หลักจากน้ำเดือดแล้ว เราแนะนำให้ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งถึงสองนาที เพื่อให้อุณหภูมิน้ำลดลงTips 2: เนื่องจากการออกแบบด้านในของ Mugen มีลักษณะเป็น Star-shaped และรูด้านล่างที่มีขนาดเล็ก ส่งผลให้การไหลของน้ำจะช้ากว่า เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ V60 ตัวอื่นๆ เอาละครับ หวังว่าการทดลองของเราในวันนี้จะพอเป็นไอเดียให้กับเพื่อนๆในการค้นหา recipe ของตัวเอง สามารถแชร์การชงกาแฟที่บ้านของเพื่อนๆผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วแท๊กเรามาได้นะครับ เราอยากเห็นเพื่อนๆแบ่งปันสูตรดีๆให้กับเราและเพื่อนๆท่านอื่นด้วยเหมือนกัน ขอให้มีความสุขกับการดื่มกาแฟที่บ้านครับ #kurasuathome  

อ่านต่อ



How to choose the dripper - which one is right for you!

เพื่อนๆหลายคนที่อยากลองเริ่มทำกาแฟ หรือบางคนอาจจะเริ่มทำกาแฟอยู่แล้วแต่ก็ยังคงไม่แน่ใจว่าดริปเปอร์แต่ล่ะแบบ ที่มีทั้งรูปทรงที่แตกต่างกัน และวัสดุที่ต่างกันนั้น มันใช้งานต่างกันยังไง และให้ผลของรสชาติที่แตกต่างกันไหม และเราควรจะเลือกดริปเปอร์ตัวไหนดีให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา? ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าดริปเปอร์แต่ล่ะแบบนั้น มันแตกต่างกันอย่างแน่นอน ทั้งในด้านการใช้งาน และการให้ผลของรสชาติที่แต่ล่ะตัวทำได้ วันนี้เราจะมาแนะนำเพื่อนให้พอเห็นภาพว่าแต่ล่ะปัจจัยส่งผลต่อสิ่งใด พร้อมทั้งสรุปข้อดีข้อเสียของดริปเปอร์แต่ล่ะแบบ 1. รูปทรง เราขอแบ่งดริปเปอร์ออกเป็น 2 จำพวกหลักๆที่เห็นกันได้ทั่วไป ทรงกรวย หรือ V60  ดริปเปอร์ทรงนี้ มีข้อดีคือ สามารถดึงรสชาติที่ซับซ้อนของกาแฟออกมาได้ ให้ความเปรี้ยวสดชื่นดี และให้น้ำหนักกาแฟที่น้อย แต่เป็นดริปเปอร์ที่ใช้งานค่อนข้างยาก ต้องใช้เทคนิคในการชงเพื่อความคุมผลลัพธ์ให้ออกมาสม่ำเสมอกันในทุกๆครั้งที่ชง ทรงตะกร้า ก้นตัด หรือ Kalita wave  ดริปเปอร์ทรงนี้ ให้ข้อดีเรื่องการดึงของความหวานของกาแฟ รสสัมผัสที่เต็มปากเต็มคำน้ำหนักดี และใช้งานง่าย แต่อาจจะไม่สามารถดึงรสชาติของกาแฟออกมาได้ซับซ้อนเท่ากับทรงกรวย   2. วัสดุของตัวดริปเปอร์ ส่วนนี้จะส่งผลในเรื่องของการเก็บกักความร้อนกระจายความร้อน และลักษณะการใช้งาน เราไม่คงไม่สามารถบอกได้ว่าตัวที่เก็บความร้อนดีที่สุด จะทำกาแฟได้ดีที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน เราจะอธิบายให้เพื่อนๆเห็นภาพว่าวัสดุไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยจะขอเรียงตามลำดับการเก็บกักความร้อนที่ดีที่สุดไปจนเก็บกักความร้อนได้น้อยที่สุด เซรามิค เป็นวัสดุที่กักเก็บความร้อนได้ดีที่สุด ทำให้ได้ผลลัพธ์ของกาแฟที่รสชาติกลมกล่อมนุ่มนวล เนื้อสัมผัสดี ชูลักษณะเด่นของกาแฟตัวนั้นๆ แต่จะมีข้อควรระวังในการลวกวอร์มดริปเปอร์ก่อนชงกาแฟ ถ้าเราวอร์มน้อยไปหรือมากเกินไปอาจจะส่งผลต่อรสชาติของกาแฟได้ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ามันเป็นวัสดุที่เก็บกักความร้อนได้ดี การลวกดริปเปอร์ที่มากเกินไปอาจจะเกิดการ overheat ของดริปเปอร์และส่งผลให้กาแฟเกิดการสกัดที่มากจนเกินไปได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราลวกดริปเปอร์น้อยจนเกินไป อุณหภูมิของน้ำที่เราใช้ในการชงอาจจะตกไปต่ำกว่าที่เราตั้งไว้ก็เป็นได้ แก้ว เป็นวัสดุที่เก็บกักความร้อนได้ดีรองลงมาจากเซรามิค ต้องบอกว่าแก้วและเซรามิคนั้นใกล้เคียงกันมากในเรื่องการเก็บกักความร้อน เพราะฉนั้นลักษะภาพรวมของรสชาติที่จะได้จึงใกล้เคียงกับเซรามิค คือให้ความบาลานซ์ที่ดี กลมกล่อม ชูลักษณะเด่นของกาแฟตัวนั้นๆ ส่วนในข้อเสียของทั้งแก้วและเซรามิค ก็อาจจะเป็นในเรื่องของการใช้งาน ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเจ้าสองตัวนี้อาจจะแตกง่ายไม่เหมาะกับการพกพาไปในที่ต่างๆ พลาสติก เป็นวัสดุที่เก็บกักความร้อนได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของพลาสติกที่เป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้อุณหภูมิถ่ายเทออกไปได้อย่างช้าๆ ส่งผลให้ได้รสชาติที่ซับซ้อน ดึงกลิ่นและรสชาติของกาแฟออกมาได้ชัดเจน และข้อดีในเรื่องของการพกพาที่สะดวก ไม่ต้องกลัวแตก น้ำหนักเบา และยังราคาถูกอีกด้วย โลหะ เป็นวัสดุที่กักเก็บความร้อนได้น้อยที่สุด แต่หากมองเรื่องการนำพาความร้อนหรือการกระจายความร้อนนั้น โลหะเป็นวัสดุที่ทำได้ดีที่สุด คือมันจะร้อนเร็วและเย็นเร็ว ส่งผลให้ได้รสชาติที่จัดจ้าน ชัดเจนออกไปในโทนสว่าง ดึงน้ำหนักและรสสัมผัสของกาแฟออกมาได้ดี เหมาะสำหรับการพกพา สวยงาม แต่อาจจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าดริปเปอร์ชนิดอื่นๆ   3. ลักษณะเกลียวด้านในของดริปเปอร์ เกลียวในลักษณะต่างๆ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน หลักการของเกลียวแต่ล่ะแบบก็คือการช่วยทำให้อัตราการไหลของกาแฟช้า - เร็ว ต่างกันออกไป เกลียวแบบคลาสสิคของ Hario V60 ที่จะสังเกตุได้ว่าจะเป็นเกลียวลักษณะโค้งหมุนไปตามเข็มนาฬิกา ยาวตั้งแต่ขอบด้านบนของดริปเปอร์ไปจนสุดถึงก้นดริปเปอร์ เกลียวลักษณะนี้พบเห็นได้ทั่วไปจากดริปเปอร์ทรง V60 ของ Hario ในส่วนของการใช้งาน ถ้าเราเทน้ำให้สายน้ำวนตามเข็มนาฬิกาสอดคล้องกับเกลียว จะทำให้อัตรการไหลเป็นไปได้อย่างสะดวกตามทางของเกลียวที่ช่วยส่ง ทำให้กาแฟไฟลค่อนข้างเร็ว แต่ถ้ากลับกันเราเทน้ำทวนเข็มนาฬิกา ก็จะทำให้อัตราการไหลของกาแฟช้าลงนั่นเอง เกลียวลักษณะนี้เด่นในเรื่องของการทำรสชาติกาแฟที่นุ่มนวล น้ำหนักกำลังดี ดึงลักษณะเด่นของกาแฟออกมาได้อย่างครบถ้วน...

อ่านต่อ